แสดงกระทู้ - mayaya

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - mayaya

หน้า: [1]
1
เมื่อผู้หญิงเรามีประจำเดือนแน่นอนว่าสาว ๆ ทุกคนต้องใส่ ผ้าอนามัย เมื่อถึงวันนั้นของเดือน จนการใส่ผ้าอนามัยกลายเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วสาว ๆ อาจใส่ผ้าอนามัยผิดวิธีจนส่งผลเสียต่อจุดซ่อนเร้น ลองมาดูกันว่าคุณคือหนึ่งคนที่ใส่ผ้าอนามัยไม่ถูกต้องหรือไม่ พร้อมแนะนำ 5 ผ้าอนามัยที่อยากให้สาว ๆ ได้ลอง เตรียมมาให้เลือกทั้งแบบกลางวันและ ผ้าอนามัยกลางคืน เชียวล่ะ

วิธีใช้ ผ้าอนามัย อย่างถูกต้องเพื่อให้น้องสาวปลอดภัย

เลือกผ้าอนามัยที่เหมาะสม
การเลือกผ้าอนามัยให้เหมาะกับตนเองจะทำให้รู้สึกสบายเวลาสวมใส่และหมดปัญหาประจำเดือนเลอะกวนใจ เทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกคือควรเลือกให้เหมาะกับช่วงเวลา เช่น เลือกผ้าอนามัยแบบกลางวันที่รองรับได้น้อยกว่าเพราะระหว่างวันสามารถเปลี่ยนได้ สำหรับผ้าอนามัยกลางคืนออกแบบมาเพื่อการซึมซับที่ดีกว่าเพื่อให้ตอบโจทย์ช่วงเวลานอนหลับหลายชั่วโมง นอกจากนี้อย่าลืมเลือกสูตรที่เหมาะสม เช่น ผ้าอนามัยแบบเย็น เหมาะกับวันที่ต้องการความสบายตัวเป็นพิเศษ หรือผ้าอนามัยแบบกางเกงที่คล่องตัวไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ

เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3 - 5 ชั่วโมง
เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนเคยใส่ ผ้าอนามัย นานเกิน 5 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงใกล้หมดประจำเดือนที่ประจำเดือนมาน้อย แต่ทราบหรือไม่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากใส่นานจะทำให้อับชื้นและเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีจนทำให้น้องสาวระคายเคือง

ทำความสะอาดน้องสาวเสมอ
ช่วงเวลาที่เป็นประจำเดือนนั้นแน่นอนว่าบริเวณจุดซ่อนเร้นจะสกปรกและอ่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดน้องสาว ล้างให้สะอาดทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอนามัย อย่าลืมซับให้แห้งเพื่อไม่ให้อับชื้น ที่สำคัญควรห่อผ้าอนามัยใช้แล้วอย่างแน่นหนาและทิ้งลงในถังขยะเสมอ

แนะนำ 5 ผ้าอนามัยกลางวันและ ผ้าอนามัยกลางคืน สำหรับสาว ๆ

- Sofy Cooling Fresh Natural Super Slim
ผ้าอนามัยโซฟี นอกจากโดดเด่นด้านการซึมซับดีเยี่ยมแล้วยังโดนใจสาว ๆ เพราะเป็น ผ้าอนามัยแบบเย็น อากาศร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่น มีนวัตกรรมเนเชอรัลคูลที่มีสารสกัดจากแตงกวา อ่อนโยน สวมใส่สบาย ระบายอากาศดี ไม่ทำให้อับชื้น ผิวสัมผัสนุ่มแถมบางเฉียบ สดชื่นทุกครั้งที่สวมใส่

- Sofy ผ้าอนามัยแบบกางเกง
บอกลาผ้าอนามัยแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะ ผ้าอนามัยโซฟี รุ่นนี้มาในรูปแบบกางเกง สวมใส่ กระชับเหมือนใส่กางเกงชั้นใน มอบสัมผัสนุ่มสบาย มาพร้อมแผ่นซึมซับกว้างขึ้น ซึมซับรอบด้าน เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่ใส่ ที่สำคัญบางเบาระบายอากาศได้ดี หมดห่วงเรื่องความอับชื้น

- ลอรีเอะ Super Ultra Slim Cool
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนชอบผ้าอนามัยลอรีเอะกลางวันแบบเย็น เหมาะอย่างยิ่งกับวันร้อน ๆ หรือวันที่ต้องการความเบาสบายเป็นพิเศษ มอบความเย็นทันที สัมผัสนุ่มสบายยาวนาน แห้งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ซึมซับเร็ว แถมยังช่วยล็อกของเหลวยาวนาน ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ คืนความมั่นใจแก่สาว ๆ อีกครั้ง

- Elis Fairy Wings สำหรับกลางวัน
elis ผ้าอนามัย กลางวันมาตรฐานจากญี่ปุ่นมาพร้อมนวัตกรรมผิวหน้า Active Dot ลดการสัมผัสกับผิว ทำให้ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายเคือง ที่สำคัญมาพร้อมแถบกาวติดแน่น สวมใส่กระชับ มั่นใจว่าไม่ลื่นหลุด เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่สวมใส่

- Elis Fairy Wings สำหรับกลางคืน
อีกหนึ่งตัวเลือกจาก elis ผ้าอนามัย มาตรฐานญี่ปุ่น สำหรับรุ่นนี้เป็น ผ้าอนามัยกลางคืน ซึมซับยาวนาน มาพร้อมความยาว 35 เซนติเมตร เนื้อสัมผัสอ่อนโยน ลดการเสียดสีของผิว ขอบปกป้องรอบด้าน สวมใส่อย่างมั่นใจตลอดคืน

        หลายคนอาจมองว่าการใส่ผ้าอนามัยเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวจนหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วการใส่ผ้าอนามัยต้องคำนึงเรื่องสุขอนามัยเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อจุดซ่อนเร้นภายหลัง และสำหรับใครที่กำลังมองหาผ้าอนามัยสวมใส่กระชับรองรับทุกกิจกรรม สามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้ที่ วัตสันออนไลน์ มีให้เลือกทั้งแบบกลางวัน แบบกลางคืน แบบธรรมดา และ ผ้าอนามัยแบบเย็น ใส่แล้วสบายตัว นอกจากมีให้เลือกหลายแบบแล้วยังมี วัตสันโปร ดี ๆ อีกเพียบ รวมถึงมีสินค้าเพื่อการดูแลตัวเองอีกมากมาย รับรองเลือกช้อปกันได้แบบไม่มีเบื่อ



2

หากบอกคนรอบข้างว่าอยากลงทุนขายอาหารเป็นอาชีพเสริม มั่นใจเกินกว่าครึ่งต้องถูกห้ามปรามจากคนใกล้ตัว เนื่องจากคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการทำอาหารขายมีฝีมืออย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีเวลา มีทำเล มีเงิน และหากขายแบบมีหน้าร้านยังต้องเสียเงินจ้างลูกน้องช่วยงานอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ในความจริงแล้วปัจจุบันการขายอาหารง่ายกว่าที่หลายคนเข้าใจ เพราะสามารถขายอาหารผ่านแอปพลิเคชันโดยการ สมัครแกร็บฟู้ดร้านค้า แต่การ ขายอาหารออนไลน์ จะมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น เรามี 7 คำตอบมาฝากคนที่ยังไม่ลงมือทำ

เพิ่มช่องทางการขาย
ใครอยากขายอาหารเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานหรือวันหยุด แต่กลัวจะได้ยอดขายน้อยเพราะมีเวลาขายไม่นาน การ สมัครแกร็บฟู้ดร้านค้า เพื่อขายอาหารออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงร้านและสร้างยอดขายได้มากขึ้น

ขายที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
สำหรับคนยังไม่มีทุนสร้างร้านอาหารถาวรหรือต้องการขายอาหารเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เพิ่มเท่านั้น การขายอาหารในช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถเปิดขายจากที่บ้านหรือคอนโดมิเนียมได้เช่นกันโดยไม่ต้องลงทุนสร้างร้าน และจดทะเบียนร้านอาหาร

เปิดขายเวลาไหนก็ได้
เนื่องจากแอปพลิเคชันเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้การ ขายอาหารออนไลน์ สามารถเปิดปิดร้านเวลาไหนก็ได้ตามที่ต้องการ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีงานประจำแต่ต้องการหารายได้เสริมจากการขายอาหารในช่วงเวลาที่ว่าง

ฐานลูกค้ากว้างขึ้น
เพราะแอปพลิเคชันสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย ด้วยเหตุนี้การขายอาหารผ่านแอปพลิเคชันจึงเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่เพียงบริเวณโดยรอบเท่านั้น

มีแอปพลิเคชันช่วยโปรโมท
ถึงสมัยนี้จะมีช่องทางให้โปรโมทร้านมากมาย ทั้งทางสื่อโซเชียล Search Engine หรือผ่านกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ แต่หาก สมัครแกร็บฟู้ดร้านค้า หนึ่งสิทธิพิเศษที่ร้านค้าพาร์ทเนอร์จะได้รับคือการโปรโมทร้านใหม่ให้ฟรีผ่านไอคอนบนหน้าแรกของแอปพลิเคชัน อีกทั้งมีแคมเปญกระตุ้นยอดขายให้เข้าร่วมมากมาย

สามารถดูยอดขายย้อนหลังได้ ง่ายต่อการทำบัญชี
ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางขายเพิ่มเท่านั้น แต่ในแอปพลิเคชันยังมาพร้อมระบบการจัดการหลังบ้าน อย่างการเป็นพาร์ทเนอร์ของ Grab สามารถตรวจสอบยอดขายประจำวันย้อนหลังได้สูงสุดถึง 30 วัน รวมถึงระบบช่วยจัดการด้านการเงินให้กับร้านค้า ส่วนคนที่สงสัยว่า ขายของในแกร็บได้เงินยังไง ทางระบบจะจัดการโอนเงินยอดขายหลังหักค่าบริการให้กับร้านค้าภายใน 1 – 2 วัน

ความช่วยเหลือและบริการเสริม
คนที่เพิ่งเริ่มต้นและเป็นกังวลเรื่องการขายอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ บอกเลยว่าหมดกังวลไปได้เลย อย่างแอปพลิเคชันของ Grab นอกจากมีระบบการจัดการที่ช่วยให้สะดวกมากขึ้นแล้ว ยังมีบริการช่วยเหลือหรือ Grab Support ช่วยแก้ปัญหาและตอบคำถาม เช่น ขายของในแกร็บได้เงินยังไง ตรวจสอบสถานะการสมัครอย่างไร หรือรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าอย่างไร นอกจากนั้นมีโอกาสได้รับสินเชื่อเพื่อขยายร้านอีกด้วย

   เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 7 ข้อดีของการ ขายอาหารออนไลน์ ที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่าการขายอาหารออนไลน์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีรายได้เสริมจากการขายอาหาร รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเพิ่มยอดขาย หากสนใจสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ของ Grab แนะนำให้ดาวน์โหลด GrabMerchant ตัวช่วยที่จะทำให้การบริหารร้านอาหารออนไลน์ง่ายขึ้นกว่าเดิม


3

        ปัจจุบันหลายคนเริ่มมาให้ความสนใจกับการนำเงินมาลงทุนมากขึ้น เพื่อให้เงินที่เก็บสะสมไว้ไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในธนาคารตามปกติ การลงทุนในกองทุนรวม ก็เป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่นักเริ่มลงทุนให้ความสนใจ แต่แน่นอนที่ขึ้นชื่อว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นผู้สนใจที่จะลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนว่า กองทุนรวมคืออะไร ก่อนตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุน

        กองทุนรวม คือ การที่เราเอาเงินไปรวมกันแล้วฝากให้ผู้จัดการกองทุน ซึ่งก็คือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทำหน้าที่บริหารเงินทุนให้ เพื่อสร้างผลตอบแทน ซึ่งในแต่ละกองทุน ก็จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนจะซื้อกองทุนรวมใด ๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาว่า กองทุนรวมนั้น ๆ เขาเอาเงินเรารวมกันไปซื้ออะไร นั่นก็คือ ศึกษาหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุน ถ้าสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ การลงทุนผ่านกองทุนรวม คือการฝากให้ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนเป็นผู้ลงทุนให้นั่นเอง
   เมื่อนักลงทุนมือใหม่พอจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า กองทุนรวมคืออะไร ก่อนจะเริ่มลงทุนก็ควรจะทราบถึงผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับเมื่อตัดสินใจลงทุน ผลตอบแทนของ การลงทุนในกองทุนรวม ประกอบด้วย

- กำไร/ขาดทุนจากผลต่างราคาหน่วยลงทุน (Capital Gain) เมื่อหน่วยลงทุนที่เราซื้อมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในตอนที่เราขาย เราก็จะได้กำไร แต่หากเราขายตอนที่มูลค่าหน่วยลงทุนปรับลดลงเราก็จะขาดทุนนั่นเอง ซึ่งกำไรของการลงทุนกับกองทุนรวม ในส่วนนี้ไม่ต้องเสียภาษี

- เงินปันผล (Dividend) กองทุนรวมแบ่งตามประเภทการจ่ายเงินปันผลได้ 2 แบบ คือ กองทุนรวมแบบจ่ายปันผล และกองทุนรวมแบบไม่จ่ายปันผล ดังนั้นหากผู้ลงทุนต้องการเงินปันผล ก็ต้องเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเท่านั้น เงินปันผลที่ผู้ลงทุนได้ก็คือส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุน ก็คือกำไรจากการที่กองทุนเอาเงินไปลงทุนต่อนั่นเอง ซึ่งกำไรในส่วนนี้ต้องเสียภาษีเงินได้

- สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม SSF และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF นับเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่อยากลงทุนและได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีไปพร้อม ๆ กัน

โดยสรุป สำหรับนักลงทุนมือใหม่ กองทุนรวม เป็นช่องทางการลงทุนหนึ่งที่เหมาะกับมือใหม่ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญคอยเลือกสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่จะลงทุนให้ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างเงินที่เก็บสะสมให้งอกเงยขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต้องศึกษาหาความรู้ เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่น่าสนใจกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่น่าเชื่อถือ ก็จะลดความเสี่ยงลงไปได้มาก

ssf คือ https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1223
dca คือ https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1221



4
       

เงินกู้นอกระบบ มีข้อดีที่สถาบันการเงินไหนก็สู้ไม่ได้ นั่นคือความสะดวกสบายในการกู้ยืมเงิน เพราะไม่กำหนดรายได้ต่อเดือน ไม่ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ ไม่จำเป็นต้องมีประวัติชำระหนี้อยู่ในระดับดีก็สามารถกู้เงินได้ แต่อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกครั้งนี้มีความน่ากลัวอย่างมาก แต่จะน่ากลัวเพราะอะไร และน่ากลัวอย่างไร เราไปดูพร้อม ๆ กัน

ธุรกิจ เงินกู้นอกระบบ อาจมีที่มาจากสิ่งผิดกฎหมาย
เงินที่นำมาใช้ปล่อย กู้นอกระบบ อาจมาจากเครือข่ายยาเสพติด หรือขบวนการฟอกเงิน การเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเครือข่ายผู้กระทำผิดกฎหมายไม่ใช่เรื่องดี เมื่อเรามีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการเงินกู้จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งจึงควรพึ่งพาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจะดีกว่า
ดอกเบี้ยจากการ กู้นอกระบบ มักสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้
เราไม่ควรกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่การเป็น หนี้นอกระบบ เรามักต้องชำระดอกเบี้ยสูงกว่านั้น อาจสูงถึงร้อยละ 15 - 30 ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่โหดร้ายมาก เมื่อดอกเบี้ยสูงผิดปกติโอกาสที่เราจะสามารถชำระปิดหนี้ได้ทั้งต้นทั้งดอกจึงลดน้อยลงไปด้วย ทางที่ดีไม่ควรเริ่มต้นเป็นลูก หนี้นอกระบบ ตั้งแต่แรกจะดีกว่า
ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและเสี่ยงต่ออันตรายเมื่อโดนทวงหนี้
การกู้เงินนอกระบบไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย ลูกหนี้จึงมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุกด้าน และหากไม่ชดใช้ตามกำหนดเวลาจะโดนทวงหนี้ด้วยวิธีข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว หรือใช้การทำอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สิน หรือแม้แต่การประจานต่อหน้าผู้คนทำให้เกิดความอับอาย
อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนได้ทำความรู้จักกับความอันตรายของเงินกู้นอกระบบมากขึ้นแล้ว แต่หากใครพลาดเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบไปแล้ว จะมีวิธีอย่างไรเพื่อให้พ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้ เรามีข้อมูลเบื้องต้นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาฝากกัน
แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไปนี้
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย โทร. 1567
ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขหนี้สินภาคประชาชน โทร. 1359
ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โทร. 0-2575-3344
โดยหน่วยงานดังกล่าวจะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ คุ้มครองลูกหนี้นอกระบบ และช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้นอกระบบ
หาเงินมาปิดหนี้เงินกู้นอกระบบ ให้ได้เร็วที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้เสริม การประหยัดค่าใช้จ่าย การวางแผนทางการเงินอย่างมีวินัย รวมไปถึงการกู้ยืมเงินในระบบ หรือที่เราเรียกกันว่าขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินปิดหนี้บัตรเครดิต  ซึ่งธนาคารต่าง ๆ จะมีสินเชื่อให้เลือกหลายประเภทด้วยกัน เช่น ธนาคารกรุงไทยที่กำลังโปรโมท 4 สินเชื่อเด่น ได้แก่
สินเชื่อกรุงไทย Smart Money ให้วงเงินสูง กู้ได้ทั้งพนักงานประจำและผู้ประกอบการรายย่อย
สินเชื่อเอนกประสงค์ 5 Plus ให้วงเงินกู้สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนที่รับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยเปย์เดะ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ สินเชื่ออนุมัติไว กู้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

สำหรับผู้ที่ยังไม่กลายเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบนอกจากจะขอแสดงความยินดีด้วยแล้ว ขอย้ำว่าอย่าเสี่ยงอันตรายกับการกู้เงินนอกระบบจะดีกว่า เพราะการเป็นลูกหนี้ในระบบหรือการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินนั้นนอกจากจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ได้รับการปฏิบัติจากสถาบันการเงินอย่างถูกต้องชัดเจน และเป็นธรรมแล้ว ยังถือเป็นโอกาสการสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีเพื่อต่อยอดไปยังการกู้สินเชื่อบ้านกู้เพื่อการศึกษาสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย



5


ในยุคที่การลงทุนไม่เพียงแต่ต้องมองหาผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กองทุน ESG (Environmental, Social, and Governance) จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในประเทศไทย ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับกองทุน ESG ว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และทำไมคุณถึงควรพิจารณาลงทุนในกองทุนนี้

## กองทุน ESG คืออะไร?

กองทุน ESG คือ กองทุนที่ลงทุนในบริษัทหรือโครงการที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่ดี โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

### ประเภทของกองทุน ESG

1. **กองทุนที่เน้นสิ่งแวดล้อม (Environmental Funds)**: ลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานทดแทน การจัดการขยะ
2. **กองทุนที่เน้นสังคม (Social Funds)**: ลงทุนในบริษัทที่มีนโยบายการดูแลสังคม เช่น การสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ
3. **กองทุนที่เน้นการบริหารจัดการ (Governance Funds)**: ลงทุนในบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีจริยธรรม

## ทำไมต้องลงทุนในกองทุน esg ลดหย่อนภาษี?

### 1. การลงทุนที่ยั่งยืน

การลงทุนในกองทุน ESG ช่วยสนับสนุนบริษัทที่มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มักมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี

### 2. ช่วยลดหย่อนภาษี

ในประเทศไทย กองทุน ESG อาจมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนรวมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเกี่ยวกับการคิดภาษีเงินได้สามารถช่วยลดภาระภาษีได้

### 3. สร้างผลกระทบเชิงบวก

การลงทุนในกองทุน ESG ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคม

## วิธีการเลือกกองทุน ESG ที่เหมาะสม

การเลือกกองทุน ESG ที่เหมาะสมควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพการลงทุน ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ และนโยบายด้าน ESG ของกองทุน นอกจากนี้ ควรตรวจสอบว่ากองทุนนั้นได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้หรือไม่

กองทุน ESG เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนทางการเงินควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในกองทุนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ยังสามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

หากคุณสนใจที่จะเริ่มลงทุนในกองทุน ESG ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ศึกษาวิธีคิดภาษี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของคุณ




6
      หลายคนสงสัยว่าทำไมการโอนเงินต่างประเทศถึงใช้เวลานานแม้จะโอนเงินผ่านแอปธนาคาร วันนี้เราจึงจะพามาดูกันว่า โอนเงินไปต่างประเทศ swift code ใช้เวลากี่วัน และเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

Swift Code คืออะไร

      โอนเงินต่างประเทศ จะมีระบบการโอนอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งการโอนเงินผ่านระบบ Swift  ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะธนาคารหลายประเทศเลือกใช้ระบบการโอนนี้ เนื่องจากมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากกว่าการโอนเงินระบบอื่น โดย Swift ย่อมาจากคำว่า Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นรหัสของธนาคารที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งธนาคารบนโลกมีมากกว่า 1 หมื่นแห่ง ในแต่ละวันมีปริมาณการทำธุรกรรมมหาศาล ระบบ Swift สามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว และมี Swift Code อันเป็นรหัสบ่งบอกธนาคารของผู้รับโอน เช่น เมื่อต้องการโอนเงินจากประเทศไทยเพื่อส่งค่าเล่าเรียนของบุตรในต่างประเทศที่ธนาคาร ABBEY NATIONAL TREAURY SERVICE PLC จะมีตัวอักษรและตัวเลขทั้งหมด 11 ตัว ได้แก่  ANTSGB2LXXX  “ANTS” คือชื่อย่อของธนาคารนี้ “GB” คือประเทศอังกฤษ ส่วน “2L” ระบุที่ตั้งของธนาคารคือลอนดอน สุดท้ายตัวอักษร “XXX” 3 ตัว บ่งบอกว่าเป็นธนาคารสาขาใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วธนาคารในประเทศไทยจะไม่ใช้ตัวอักษร XXX เพื่อบอกว่าเป็นธนาคารสาขาใหญ่ จะละไว้เป็นฐานที่เข้าใจ เช่น KRTHTHBK เป็นตัวย่อ Swift Code ของธนาคารกรุงไทยสาขาใหญ่ เลขที่ 35 ถนนสุขุมวิท หรือถ้าเป็นเลขที่สาขาจะเป็น KRTHTHBKSRP ตัวอักษร 3 ตัวท้ายบ่งบอกว่าเป็นธนาคารกรุงไทยสาขาเสียมเรียม ประเทศกัมพูชา ดังนั้น โอนเงินไปต่างประเทศ แต่ละประเทศจะยังใช้ Swift Code บนพื้นฐานของ 8 – 11 ตัวอักษร

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา โอนเงินผ่าน swift code ใช้เวลากี่วัน

    ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ จะมีการคิดทั้งผู้รับและผู้โอน โดยฝั่งผู้รับธนาคารไทยส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียม 400 บาท แต่ธนาคารกรุงศรีจะคิดค่าธรรมเนียมอยู่ราว 350 บาท ส่วนผู้โอนจะเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่าผู้รับ และแต่ละสกุลเงินจะมีการคิดค่าธรรมเนียมแตกต่างกันออกไป เช่น ธนาคารกรุงไทยจะคิดค่าธรรมเนียม 400 + 1,200 บาท สำหรับสกุลเงินยูโรและปอนด์สเตอร์ลิง ในขณะที่ค่าธรรมเนียมของธนาคารกรุงศรีจะอยู่ที่ 1,150 บาท หรือธนาคารกรุงเทพและธนาคารออมสินจะคิดค่าธรรมเนียมผู้โอนเป็น 400 + 0.05% ของจำนวนเงินที่โอนในสกุลเยน อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการโอนจะแตกต่างกันออกไป แม้จะโอนเงินด้วยแอปโมบายแบงก์กิ้งยังต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงสำหรับบางสกุลเงิน และช้าสุดจะเป็นสกุลเงินโซนยุโรปที่กว่าเงินจะเข้าอาจใช้เวลาราว 5 วัน

ใช้แอปธนาคารโอนเงินไปต่างประเทศ โอนเงินไปเวียดนาม

       โอนเงินต่างประเทศผ่านแอพ สามารถทำได้ไม่ยุ่งยากเพียงใช้ชื่อ ที่อยู่ของผู้รับโอนเป็นภาษาอังกฤษ กรอก Swift Code ของธนาคารผู้รับโอนเพื่อให้ระบุธนาคารรับโอนได้อย่างถูกต้อง และระบุจำนวนเงินที่ต้องการโอน โดยปกติการโอนด้วยแอปธนาคารจะมีฟังก์ชันแปลงค่าเงินให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้า 2 – 3 แอปเพื่อแปลงค่าเงินไปมาให้ยุ่งยาก
   
       ดังนั้นการโอนเงินต่างประเทศจะเสียเวลาการโอนตั้งแต่ 1 ชั่วโมง – 5 วัน มีความผันผวนด้านเวลามาก และค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระหลัก ๆ จะเป็นค่าธรรมเนียมฝั่งผู้รับและผู้โอน ทั้งนี้ต้องศึกษากรณีอื่น ๆ ด้วยว่าจะเสียค่าธรรมเนียมอื่นแฝงด้วยหรือไม่

westernunionรับเงินภายในกี่วัน  https://krungthai.com/th/personal/cash-management/payment-transfer/59



7
  เชื่อว่าหลายคนมีโอกาสใช้บริการ หรือกำลังใช้บริการ Mobile Banking จากธนาคารต่าง ๆ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากวิถีชีวิตในช่วงการระบาดของโควิด-19 บีบบังคับให้หลายคนต้องปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ปัจจุบันแม้ในกลุ่มผู้สูงอายุเองก็ยังรู้จักการสแกนจ่ายด้วย QR Code รวมถึงการใช้จ่ายภายใต้โครงการของทางภาครัฐ เช่น แอปเป๋าตัง ด้วยเช่นกัน

        แต่บริการที่ผู้คนรู้จักและเคยใช้กันมากที่สุดก็น่าจะเป็นบริการพื้นฐานอย่างการฝาก-ถอน-โอน-จ่าย หลายคนยังไม่ทราบว่าแอปธนาคารที่อยู่บนมือถือของเรานั้นมี บริการเติมเงิน ประเภทต่าง ๆ รวมอยู่ด้วยมากมาย เช่น บริการเติมเงิน เข้าสู่แอปเป๋าตัง เพื่อใช้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านช่องทางออนไลน์ ขึ้นเงินสลากกินแบ่งรัฐบาล บริการ เติมเงินมือถือ ซึ่งช่วยให้เราสามารถ เติมเงินมือถือ ได้ทุกค่ายตลอด 24 ชม. รวมไปถึงบริการ เติมเงินออนไลน์ เข้าสู่กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ทรูมันนี่วอลเล็ท พร้อมเพย์ อี-วอลเล็ท แรบบิท ไลน์ เพย์ หรือแม้แต่การเติมเงินเข้าบัตรอีซี่พาสเพื่อจ่ายค่าทางด่วน วันนี้เราจึงขอรวบรวมฟังก์ชันการใช้งานของแอปธนาคารบนมือถือจากธนาคารกรุงไทยมาให้ทำความรู้จักกัน เนื่องจากแอปของธนาคารกรุงไทยมีฟังก์ชันการทำงานที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแอปหนึ่งของไทย

Krungthai NEXT แอปจากธนาคารกรุงไทย
เนื่องจากธนาคารกรุงไทยได้รับเลือกให้เป็นธนาคารเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและประชาชน ดังนั้นเงินสนับสนุนจากโครงการของภาครัฐจึงมักสั่งจ่ายผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย นั่นหมายความว่าผู้มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และใช้แอป Krungthai NEXT ก็มักจะได้รับสิทธิประโยชน์รวดเร็วกว่า สะดวกกว่า ยิ่งไปกว่านั้น แอปเป๋าตังซึ่งเป็นแอปของทางภาครัฐก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารกรุงไทยได้โดยตรง ดังนั้นผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปเป๋าตังก็จะได้รับเงินรางวัลโอนตรงเข้าบัญชีกรุงไทยทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากมาคั่นกลาง แต่แอป Krungthai NEXT จะมีฟังก์ชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราไปดูพร้อม ๆ กัน

- สามารถเพิ่มบัญชีได้แบบไม่จำกัด แต่ต้องเป็นชื่อบัญชีเดียวกับผู้ใช้งานเท่านั้น 
- สามารถใช้แอปถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มโดยไม่ต้องใช้บัตรได้
- ใช้เปิดบัญชีออมทรัพย์แบบออนไลน์ผ่านแอปได้ โดยไม่กำหนดวงเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ ไม่มีค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีในกรณีบัญชีไม่มีรายการเคลื่อนไหว
- สามารถยื่นกู้สินเชื่อผ่านแอปได้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จสิ้นกระบวนการคือรับเงินโอนเข้าบัญชี
- ใช้ซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมถึงการซื้อประกันเดินทางของตนเอง และซื้อให้ผู้ร่วมทริปได้สูงสุด 5 คน ความคุ้มครองเริ่มต้นทันที
- ใช้ยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอปนี้ได้ โดยเลือกรับรายงานทางอีเมล หรือทางไปรษณีย์
- มีระบบการสแกนใบหน้า (Face Recognition) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างปลอดภัย และช่วยอำนวยความสะดวกในการยืนยันตัวตน ลดการเดินทางไปยืนยันตัวตนที่สาขาของธนาคารได้ดี
- หากผู้ใช้แอป Krungthai NEXT เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ แต่ยังใช้เบอร์เดิมก็สามารถเข้าใช้งานแอปได้ด้วย User ID หรือ บัตร ATM แต่หากเปลี่ยนทั้งเบอร์ทั้งเครื่องขอให้นำบัตรประชาชนและสมุดบัญชีไปติดต่อสาขาของธนาคารเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
- มีระบบ Smart AI ช่วยวิเคราะห์และประมวลผลการใช้งานในแอป แอปจึงสามารถเลือกแสดงรายการโปรดที่ใช้งานบ่อย หรือแสดงสิทธิประโยชน์พิเศษที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ

        อ่านมาถึงตรงนี้จะสังเกตได้ว่านอกจากบริการ เติมเงินออนไลน์ ฝาก-ถอน-โอน-ชำระ และการยื่นกู้สินเชื่อ Mobile Banking ของธนาคารก็ยังสามารถใช้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เมื่อการพัฒนาของ Mobile Banking ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เราก็ควรติดตามและเรียนรู้ฟังก์ชันการใช้งานของแอปเหล่านี้ต่อไป เพราะประโยชน์สูงสุดจะตกเป็นของผู้ใช้ที่รู้วิธีการใช้อย่างครอบคลุม



8
การลงทุนใน กองทุนทองคำ กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่การจัดพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความรู้และกลยุทธ์ที่เหมาะสม ในบทความนี้ เราจะมาแชร์เคล็ดลับในการจัดพอร์ตการลงทุนด้วยกองทุนรวม เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 1. เข้าใจประเภทของกองทุนรวม

ก่อนที่จะเริ่มจัดพอร์ตการลงทุน สิ่งแรกที่นักลงทุนควรทำคือการเข้าใจประเภทของกองทุนรวมที่มีอยู่ในตลาด โดยทั่วไปแล้วกองทุนรวมสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น

- กองทุนรวมตราสารหนี้: เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน
- กองทุนรวมหุ้น: มีความเสี่ยงสูงกว่า แต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว
- กองทุนรวมผสม: เป็นการรวมกันระหว่างตราสารหนี้และหุ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง

การเลือกประเภทกองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้เป็นสิ่งสำคัญ

 2. กำหนดเป้าหมายการลงทุน

การตั้งเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น คุณควรพิจารณาว่าคุณต้องการผลตอบแทนในระยะสั้นหรือระยะยาว รวมถึงความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเก็บเงินเพื่อการศึกษาของบุตรในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณอาจเลือกลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูง

 3. กระจายการลงทุน

การกระจายการลงทุนเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยง โดยการลงทุนในกองทุนรวมหลายประเภทและหลายกลุ่มสินทรัพย์ เช่น การลงทุนในกองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ การกระจายการลงทุนจะช่วยให้คุณไม่ต้องพึ่งพาผลการดำเนินงานของกองทุนใดกองทุนหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 4. ติดตามและปรับพอร์ตการลงทุน

การติดตามผลการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คุณควรตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของคุณเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันยังสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้ หากพบว่ากองทุนใดมีผลการดำเนินงานที่ไม่ดี คุณอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือขายออกไป

 5. ศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์กองทุน

การศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์กองทุนรวมที่คุณสนใจเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน เช่น ผลการดำเนินงานในอดีต ค่าธรรมเนียมการจัดการ และความน่าเชื่อถือของผู้จัดการกองทุน การทำความเข้าใจในข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ

 

การจัดพอร์ตการลงทุนด้วยกองทุนรวมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความรู้และกลยุทธ์ที่เหมาะสม ด้วยการเข้าใจประเภทกองทุน กำหนดเป้าหมายการลงทุน กระจายการลงทุน ติดตามผล และศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง คุณจะสามารถบริหารจัดการการลงทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณสนใจที่จะเริ่มต้นการลงทุนในกองทุนรวม อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การลงทุนของคุณประสบผลสำเร็จ!

ลงทุนทองแบบไหนดี  https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2013




9


         หลังวิกฤตโควิด-19 เชื่อว่าผู้ประกอบการรายย่อยทั้งหลายเริ่มมีความหวังในการดำเนินธุรกิจกันต่อหลังจากชะงักงันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง  ทั้งนี้นอกจากปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยแล้ว “เงินทุน” ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

    บทความนี้จึงขอมาแนะนำ สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนมาขยับขยายหรือเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการ 

- สินเชื่อ UOB BizMoney ธนาคารยูโอบี เป็น สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME สินเชื่อร้านค้าที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 5 ล้านบาท  สามารถผ่อนชำระนานสูงสุด 4 ปี  ด้วยเงื่อนไขจะต้องเป็นกิจการที่มีการดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่มีประวัติเสียทางการเงิน และไม่ได้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ผู้ประกอบการใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สินเชื่อsmeดอกเบี้ยต่ำ ของธนาคารยูโอบีได้ที่ UOB Biz Call Centre โทร. 0-2343-3555 

- สินเชื่อ SME Smart Shop ธนาคารกรุงไทย สำหรับทุกคนที่มีร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำอยู่แล้วต้องการอัปเกรดสินค้า หรืออยากลงทุนเพิ่มยอดขายและกำลังมองหา สินเชื่อsmeดอกเบี้ยต่ำ หรืออยากเข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าหรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง  สามารถยื่นขอกู้สินเชื่อนี้ได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมจะเป็นผู้ทำ หนังสือค้ำประกัน  ให้เต็มวงเงิน แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ขอสินเชื่อจะต้องไม่มีประวัติที่เสียหายเกี่ยวกับการเงินมาก่อน และต้องมีการดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี วงเงินที่จะอนุมัติได้สูงสุด 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี มีระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 7 ปี  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2111-1111

- สินเชื่อบัญชีเดียว SME Single Account Plus ธนาคารไทยพาณิชย์  สำหรับผู้ที่มีธุรกิจขนาดเล็กหรือเป็นผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มียอดขายต่อปี 75 ถึง 500 ล้านบาท รวมถึงมีรายได้จากธุรกิจที่นำมาขอสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 4 ปี  และกำลังมองหาสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจของตนเอง ที่ SCB มีบริการ สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์  โดยตั้งวงเงินสนับสนุนไว้สูงสุดถึง 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ MLR-1.75%  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB SME Call Center 0-2722-2222

- สินเชื่อธุรกิจ SME เลือกได้ ธนาคารกสิกรไทย อีกหนึ่งสถาบันการเงินที่สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย โดยมี สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  แม้ผู้ขอสินเชื่อจะดำเนินกิจการมาได้แค่ปีเดียวก็กู้ได้  ผู้ประกอบการที่เลือกขอสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถกู้ได้วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท แต่หากกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะได้วงเงินสูงสุดถึง 12 ล้านบาท โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องไม่มีประวัติเสียทางการเงินใด ๆ และย้อนหลัง 6 เดือน จะต้องไม่มีประวัติปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนบริการลูกค้า 0-2888-8822


หวังว่า สินเชื่อรายย่อย sme ไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกันของทั้ง 4 สถาบันการเงินข้างต้น จะเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายย่อยทุกท่าน   เพื่อจะได้พัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


ตั้งชื่อบริษัทมงคล https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1244



10
ในยุคดิจิทัลที่การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ การโอนเงินผิดสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ การโอนเงินไปต่างประเทศ เช่น โอนเงินไปเวียดนามและส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ส่งและผู้รับ ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการโอนเงินผิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ ในบทความนี้ เราจะสำรวจแนวทางและเครื่องมือที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการโอนเงินผิดได้

## ทำความเข้าใจกับสาเหตุของการโอนเงินผิด

การโอนเงินผิดมักเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การพิมพ์หมายเลขบัญชีผิด การเลือกบัญชีผู้รับผิดพลาด หรือแม้กระทั่งการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

## เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันการโอนเงินผิด

### 1. ระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

หลายธนาคารและแอปพลิเคชันการเงินในปัจจุบันมีระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนการทำธุรกรรม ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการโอนเงินผิด โดยระบบจะตรวจสอบหมายเลขบัญชีและชื่อผู้รับเงินให้ตรงกัน หากไม่ตรงกัน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้ตรวจสอบอีกครั้ง

### 2. การใช้รหัส QR

การใช้รหัส QR เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันการโอนเงินผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้สามารถสแกนรหัส QR ของผู้รับเงินแทนการพิมพ์หมายเลขบัญชี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพิมพ์ผิดและทำให้การโอนเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

### 3. การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น

การใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Two-Factor Authentication) เป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยผู้ใช้จะต้องยืนยันตัวตนผ่านหลายช่องทาง เช่น รหัสผ่านและรหัส OTP ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือ ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

## การให้ความรู้และการฝึกอบรม

การให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินและการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการโอนเงินผิด ธนาคารและสถาบันการเงินควรจัดอบรมและให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย รวมถึงการระวังมิจฉาชีพที่อาจพยายามหลอกลวงผู้ใช้

การใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการโอนเงินผิดเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ โดยการนำเสนอระบบตรวจสอบความถูกต้อง การใช้รหัส QR และการยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของคุณ

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างปลอดภัย อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลที่มีประโยชน์จากธนาคารและสถาบันการเงินของคุณ เพื่อให้คุณสามารถทำธุรกรรมได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกครั้ง




11
       ปัจจุบันการออมเงินอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะทางเลือกใหม่คือการลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งและสร้างรากฐานทางการเงินให้มั่นคงกว่าเดิม และหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ จากรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร
พันธบัตรรัฐบาล คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน ดังนั้นประชาชนทั่วไปจึงสามารถจองซื้อและถือครองได้ โดยทางรัฐบาลสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นให้แก่ผู้ถือครองเมื่อครบกำหนดหรืออาจจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ซึ่ง พันธบัตรออมทรัพย์ ส่วนใหญ่จะมีอายุ 1 ปี ไปจนถึง 5 ปี นักลงทุนจึงสามารถวางแผนได้ว่าต้องการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว

พันธบัตรรัฐบาลต่างจาก กองทุนรวม อย่างไร?
พันธบัตรเป็นตราสารหนี้รูปแบบหนึ่งออกโดยรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนอย่างดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุหรือจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ มีความคล้ายคลึงกับหุ้นกู้ แต่หุ้นกู้คือตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน
ส่วน กองทุนรวม เป็นการมอบเงินให้กับนักลงทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์มืออาชีพที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพื่อให้บริหารเงินแทนเรา สามารถเลือกลงทุนใน กองทุน สินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ตามความสนใจ บางกองทุนอาจมีทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน รวมถึงหุ้นอยู่ในกองทุนเดียว เปรียบได้กับการลงทุนในแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่เพื่อให้นักลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์นำเงินของเราไปบริหารจัดการแทน ส่วนผลตอบแทนมีทั้งรูปแบบเงินปันผลและรูปแบบกำไรจากส่วนต่างเมื่อขายคืน
ความแตกต่างระหว่างพันธบัตรกับ กองทุน คือการซื้อพันธบัตรมีกำหนดระยะเวลาการรับผลตอบแทนที่แน่นอน โดยเรามีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล ส่วนการ ซื้อกองทุน เป็นการลงทุนสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาบริหารจัดการเงินด้วยตัวเอง จึงลงเงินในกองทุนที่สนใจเพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ของกองทุนนั้นบริหารเงินแทนเราและรอรับผลตอบแทนในรูปแบบปันผลหรือส่วนต่างเมื่อทำการขายคืน

อยากซื้อพันธบัตรทำอย่างไร
การซื้อพันธบัตรสามารถซื้อขายได้ใน 2 ตลาด ได้แก่
1. ตลาดแรก (Primary Market) คือ การซื้อขายตั้งแต่ต้นทางระหว่างผู้ออกพันธบัตรกับนักลงทุน ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มนักลงทุนรายย่อย (บุคคลทั่วไป) ที่ซื้อพันธบัตรได้จากธนาคาร ด้วยราคาเริ่มต้น 1 – 1,000 บาทต่อหน่วย และนักลงทุนสถาบันซึ่งจะมีการตั้งราคาเพื่อประมูลซื้อพันธบัตรในรอบนั้น

2. ตลาดรอง (Secondary Market) คือ การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุน ซึ่งมักจะเป็นการซื้อขายพันธบัตรที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา หากใครไม่ต้องการถือครองพันธบัตรต่อก็แจ้งความประสงค์ซื้อขายก่อนครบกำหนดได้ โดยนักลงทุนจะตกลงราคาซื้อขายกันเองในตลาดหรือผ่านโบรกเกอร์

          ส่วนวิธีการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์จากรัฐบาลสามารถทำได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ผ่านธนาคารกรุงไทยและแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ในช่วงที่มีการซื้อขาย ส่วนการซื้อขายในตลาดรองก็สามารถทำได้ผ่านบริการ Money Connect ของแอป Krungthai NEXT ได้เช่นกัน

ขั้นตอนการจองซื้อพันธบัตรผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
เลือกเมนู บริการ
เลือกเมนู พันธบัตรออมทรัพย์
เลือกเมนู รุ่นพันธบัตรที่ต้องการจอง
ระบุ จำนวนที่จองซื้อ
ตรวจสอบความถูกต้องของการสั่งจองซื้อและยืนยันการชำระเงิน

        อย่างไรก็ตามการจองซื้อพันธบัตรสามารถทำได้ในช่วงที่มีประกาศขายพันธบัตรจากรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น หากไม่อยู่ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายจะไม่มีคำสั่งซื้อที่สามารถดำเนินการได้ ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรองสามารถเลือกเมนู บริการ และเลือกเมนู Money Connect กรอกข้อมูลแบบประเมินความเสี่ยงแล้วเข้าสู่หน้าการซื้อขาย จากนั้นเลือกเมนูตลาดรองแล้วทำการซื้อขายที่ต้องการได้เลย

พันธบัตรรัฐบาล เปิดขายช่วงไหนบ้าง
         พันธบัตรรัฐบาลไทยเปิดจำหน่ายปีละ 2 ครั้ง โดยทั่วไปจะประกาศในช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลังของปีงบประมาณ ตัวอย่างเช่น ในปีงบประมาณ 2567 กระทรวงการคลังได้ประกาศจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ ดังนี้

- ครั้งที่ 1 อายุพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3.0% และ 3.4% ประกาศจำหน่าย 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2567 และช่วงที่ 2 สำหรับนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในวันที่ 18 - 19 มีนาคม 2567
- ครั้งที่ 2 อายุพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3.0% และ 3.4% ประกาศจำหน่าย 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในวันที่ 19 - 21 สิงหาคม 2567 และช่วงที่ 2 สำหรับนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2567

      สำหรับปีงบประมาณ 2568 กระทรวงการคลังได้ประกาศจำหน่าย พันธบัตรรัฐบาล เพื่อการบริหารหนี้ในครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีกำหนดการจำหน่ายพันธบัตรครั้งแรกของปีช่วงประมาณวันที่ 29 มกราคม 2568

คุณสมบัติผู้จองซื้อพันธบัตรรัฐบาล
ประชาชนทั่วไป
บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยสามารถซื้อพันธบัตรได้ หากเป็นผู้เยาว์ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ผู้ปกครองต้องให้ความยินยอม
นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร
นิติบุคคลกลุ่มนี้หมายถึงนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยไม่แสวงหากำไร อย่างสมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ วัด สภากาชาดไทย โรงเรียนรัฐบาล นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยและไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
ชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ชาวต่างชาติสามารถซื้อพันธบัตรของรัฐบาลไทยได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยต้องใช้เอกสารสำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าวและสำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก ทำการซื้อขายที่สาขาของธนาคารเท่านั้น

         การลงทุนด้วยการซื้อ พันธบัตรออมทรัพย์ ของรัฐบาลเป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินเย็นมาลงทุน สามารถเลือกซื้อพันธบัตรได้ตั้งแต่ 1 - 10 ปี อย่างไรก็ตามหากใครไม่มีเวลาซื้อขายพันธบัตรด้วยตัวเอง แต่ยังต้องการนำเงินออมมาลงทุนให้งอกเงย ยังมีการลงทุนประเภทอื่นที่น่าสนใจอย่างการ ซื้อกองทุน รวม เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม เป็นต้น เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ไม่มีเวลาในการลงทุนด้วยตัวเอง ต้องการลงทุนโดยให้มืออาชีพช่วยบริหาร และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย

          หากสนใจซื้อพันธบัตรออมทรัพย์กับธนาคารกรุงไทยสามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปดูทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากกรุงไทยได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal/investment/mutual-funds




12

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าอีกหนึ่งข้อดีของการทำประกันชีวิตคือ สิทธิการลดหย่อนภาษีประจำปี แต่หากถามว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ บอกเลยว่าคำตอบนี้ขึ้นอยู่กับว่าตัดสินใจเลือกซื้อประกันชีวิตประเภทใด เพราะประกันชีวิตแต่ละประเภทจะมาพร้อมเงื่อนไขและเพดานสูงสุดในการลดหย่อนภาษีแตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อช่วยให้คนอยากลดหย่อนภาษีตัดสินใจเลือกทำประกันอย่างถูกต้องและได้รับผลประโยชน์สูงสุด วันนี้เรามี ประกันลดหย่อนภาษี และวงเงินสูงสุดในการลดหย่อนมาฝาก

ประกันชีวิตแบบไหนดี

ประกันชีวิตทั่วไป
ประกันชีวิตแบบทั่วไป ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท รวมทุกกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไปแล้วไม่เกิน 200,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าประกันชีวิตต้องมีระยะสัญญามากกว่า 10 ปีขึ้นไป เป็นกรมธรรม์จากบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น หากเป็นประกันชีวิตที่มีการจ่ายผลตอบแทนจะได้สิทธิลดหย่อนไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปีหรือเบี้ยสะสมในช่วงเวลา สามารถนำประกันชีวิตของคู่สมรสที่แต่งงานกันมาอย่างน้อย 1 ปี มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10,000 บาท กรณีขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตก่อนถือครบ 10 ปี ต้องจ่ายภาษีย้อนหลังคืนตามจำนวนที่ได้ลดหย่อนพร้อมดอกเบี้ย 1.5% ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระคืน

ประกันชีวิตควบการลงทุน
สำหรับประกันชีวิตควบการลงทุนถูกจัดอยู่ในกลุ่มประกันชีวิตทั่วไป ดังนั้นเงื่อนไข ลดหย่อนภาษีประกันชีวิต จึงใช้ข้อกำหนดเช่นเดียวกับประกันชีวิตทั่วไป แต่ประกันประเภทนี้จะแบ่งเบี้ยประกันเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ค่าประกันในส่วนความคุ้มครอง ค่าดำเนินการของบริษัทประกันภัย และเงินลงทุน ซึ่งส่วนที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีคือเบี้ยประกันในส่วนที่ 1 และ 2 เท่านั้น ขณะที่ส่วนนำไปลงทุนไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

ประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นประกันชีวิตที่เก็บเบี้ยประกันในระยะเวลาสั้น แต่ให้ความคุ้มครองไปจนครบสัญญาและเงินรายเดือนหรือรายปีหลังเกษียณอายุการทำงาน สำหรับสิทธิพิเศษด้านภาษีผู้ที่ทำประกันประเภทนี้จะได้รับการลดหย่อนสูงสุด 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับสิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตทั่วไป แต่ถ้าไม่รวมกับประกันชีวิตทั่วไปจะได้รับการลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท ส่วนการใช้สิทธิร่วมกับการลงทุนประเภทอื่น อย่างกองทุน RMF กองทุน SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญ หรือกองทุนการออมแห่งชาติสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท
   
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับประกันชีวิตลดหย่อนภาษีที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่านอกจาก ประกันลดหย่อนภาษี ได้ไม่เท่ากันแล้ว แต่ละประเภทยังมีเงื่อนไขในการลดหย่อนแตกต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควรคำนวณยอดภาษีและตรวจสอบสิทธิการลดหย่อนภาษีทั้งหมดของตัวเอง จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจซื้อประกันชีวิต สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษีแนะนำประกันชีวิตของธนาคารกรุงไทย เนื่องจากมีทั้งประกันชีวิตทั่วไปและประกันชีวิตบำนาญหลากหลายแบบ รับประกันเลยว่าได้ประกันชีวิตถูกใจและตอบโจทย์ด้านภาษีได้อย่างไม่จำกัดแน่นอน



13

      การเก็บออมเงินด้วยการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือกวิธีลงทุนที่มีความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน
        ยิ่งเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดี และมีคำถามในใจตลอดว่า นักลงทุน มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี ก็ยิ่งต้องศึกษาเรื่องความเสี่ยงให้มาก โดยต้องไม่ลืมว่าการลงทุนอะไรก็ตามที่ให้ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงย่อมต้องสูงตามไปด้วย

นักลงทุน มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี
       โดยปกติแล้วใครที่กำลังวางแผนลงทุนหรือเก็บเงินก็มักจะมองหาผลิตภัณฑ์การเงินในรูปแบบต่าง ๆ  ที่เหมาะกับโจทย์ความต้องการหรืองบประมาณที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ นอกจากจะต้องพิจารณาว่าการลงทุนสำหรับมือใหม่ที่มี งบน้อยลงทุนอะไรดี แล้ว ยังต้องพิจารณาความเสี่ยงในการลงทุนด้วย

   หากไล่เรียงความเสี่ยงจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่นั้นจะพบว่า การฝากเงินในธนาคาร มีความเสี่ยงน้อยที่สุด รองลงมาคือ การซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝาก
     หากใครที่ชอบลุ้นยังสามารถออมและลงทุนผ่าน สลากออมสิน หรือ สลากออมทรัพย์ จองสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินของรัฐและมีการให้รางวัลเหมือนกับสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่วิธีการลงทุนแบบนี้จะไม่สูญเงินต้น 
      ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นอีกรูปแบบการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่มีงบประมาณไม่มาก โดยผลิตภัณฑ์แบบนี้จะเป็นรูปแบบการลงทุนที่ผสมผสานระหว่างการทำประกันชีวิตกับการออมเงิน  เนื่องจากจะได้รับเงินก้อนเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือถือกรมธรรม์ไว้จนครบสัญญา โดยจะจ่ายเบี้ยประกันเป็นรายเดือนหรือรายปี
        แต่หากต้องการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้อีกระดับหนึ่งก็สามารถเลือกเป็น การลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งมีหลายรูปแบบและสามารถเลือกตามความเสี่ยงได้อีกด้วย เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมหุ้น, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, กองทุนรวมน้ำมัน เป็นต้น
        ส่วนใครต้องการลงทุนที่มีความเสี่ยงมาก แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง สามารถเลือกลงทุนในหุ้น, หุ้นกู้ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ภาคเอกชน, ทองคำ, น้ำมัน หรือเงินสกุลดิจิทัล อย่างคริปโตเคอร์เรนซี ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางเพื่อเข้าถึงการลงทุนดังกล่าวได้สะดวกง่ายดาย

งบน้อยลงทุนอะไรดี
      แม้ว่าจะมีงบประมาณสำหรับลงทุนไม่มากหรือเพิ่งเริ่มทำงานจึงต้องการเริ่มเก็บเงินด้วยการลงทุนก็มีวิธีให้เลือกลงทุนได้อย่างตรงกับโจทย์ความต้องการ อาทิ
        การลงทุนหุ้นแบบ DCA หรือ Dollar Cost Averaging เป็นการทยอยลงทุนสะสมหุ้นทีละน้อย แต่สม่ำเสมอ เช่น เดือนละ 1,000 บาท ซึ่งนอกจากจะใช้งบที่น้อยแล้วยังเป็นการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์ที่จะลงทุนได้อีกทางหนึ่งด้วย การลงทุนแบบนี้จะช่วยให้มีการสะสมสินทรัพย์เป็นจำนวนมากขึ้นและในระยะยาวก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
       การออมทอง เป็นรูปแบบการลงทุนที่คล้ายกับการฝากเงินแบบสะสมทรัพย์ แต่เป็นการสะสมทองคำด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ เป็นประจำ โดยสามารถเลือกออมทองได้ทั้งที่เป็นทองคำแท้และทองคำกระดาษหรือเป็นสัญญาทองคำ

         สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่หรือนักลงทุนที่มีงบน้อยต้องพึงระลึกไว้เสมอก็คือการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลในสิ่งที่จะลงทุนให้ดีและวางแผนรับความเสี่ยงในการลงทุนไว้เสมอ     

14
การจัดการเงินเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา พนักงานประจำ หรือเจ้าของธุรกิจ การเรียนรู้วิธีจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาว ในบทความนี้ เราจะพูดถึง 7 วิธีบริหารเงินให้เติบโต ที่จะช่วยให้คุณมีฐานะการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน

1. ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการจัดการเงินให้เติบโต ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เช่น การออมเงินเพื่อซื้อบ้าน การลงทุนเพื่อการเกษียณ หรือการสร้างกองทุนฉุกเฉิน เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีแรงจูงใจในการจัดการเงินอย่างมีระเบียบ

2. สร้างงบประมาณการใช้จ่าย

การสร้างงบประมาณการใช้จ่ายจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแบ่งรายได้ออกเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และการออมเงิน การติดตามการใช้จ่ายจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการเงินและปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายได้

3. ออมเงินอย่างสม่ำเสมอ

การออมเงินเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง ควรตั้งเป้าหมายในการออมเงินอย่างน้อย 20% ของรายได้ทุกเดือน การออมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉินและสร้างกองทุนสำหรับการลงทุนในอนาคต

4. ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ

การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวม เป็นวิธีที่ช่วยให้เงินของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนการลงทุน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. หาความรู้เกี่ยวกับการเงิน

การเรียนรู้เกี่ยวกับการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณมีความรู้และทักษะในการจัดการเงิน ควรอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ หรือเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการเงิน การมีความรู้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจทางการเงินได้ดีขึ้น

6. ลดหนี้สิน

การลดหนี้สินเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการจัดการเงินให้เติบโต ควรจัดลำดับความสำคัญในการชำระหนี้ โดยเริ่มจากหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด การลดหนี้สินจะช่วยให้คุณมีเงินเหลือสำหรับการออมและการลงทุนมากขึ้น

7. ตรวจสอบและปรับปรุงแผนการเงิน

การตรวจสอบและปรับปรุงแผนการเงินเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ควรตรวจสอบสถานะการเงินของคุณเป็นระยะๆ และปรับปรุงแผนการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน การมีแผนการเงินที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ดียิ่งขึ้น


การจัดการเงินให้เติบโตไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณสามารถปฏิบัติตามวิธีที่แนะนำในบทความนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การสร้างงบประมาณ การออมเงิน การลงทุน การหาความรู้ การลดหนี้สิน และการตรวจสอบแผนการเงิน จะช่วยให้คุณมีฐานะการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต


   

หน้า: [1]